รีวิวหนัง Scary Stories to Tell in the Dark (2019) : คืนนี้มีสยอง

รีวิวหนัง Scary Stories to Tell in the Dark (2019) : คืนนี้มีสยอง เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ดัดแปลงจากหนังสือรวมเรื่องเล่าสยองขวัญสำหรับเด็กซึ่งเขียนโดย Alvin Schwartz พร้อมภาพประกอบขนลุกที่ตราตรึงในความทรงจำของหลายคน โดยมี Guillermo del Toro รับหน้าที่อำนวยการสร้าง และ Andre Ovredal ผู้กำกับชาวนอร์เวย์นั่งแท่นผู้กำกับ การจับมือกันของทั้งสองสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมว่า นี่จะไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญธรรมดา แต่จะเป็นประสบการณ์ที่สั่นประสาทอย่างมีศิลปะ
ภาพยนตร์เรื่องนี้วางโครงเรื่องในยุคสงครามเวียดนามช่วงปลายยุค 60 ในเมืองเล็ก ๆ ของอเมริกา ชื่อ Mill Valley และใช้แนวทาง “เรื่องเล่าที่กลายเป็นจริง” เพื่อสร้างความหลอนแบบคลาสสิก หนังมีความพยายามในการผสมผสานระหว่างบรรยากาศย้อนยุค ความน่ากลัวแบบเรื่องเล่ารอบกองไฟ และการสะท้อนภาพสังคมในยุคนั้น ทำให้ “คืนนี้มีสยอง” เป็นภาพยนตร์ที่มากกว่าหนังสยองขวัญทั่วไป >> ดูหนังล่าสุด

เนื้อเรื่องย่อ (โดยละเอียด)
Scary Stories to Tell in the Dark (2019) : คืนนี้มีสยอง เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนฮาโลวีนปี 1968 ที่กลุ่มวัยรุ่นในเมือง Mill Valley ได้แก่ สเตลล่า (Stella), ออกี้ (Augie), และชัค (Chuck) ตัดสินใจแกล้งเด็กเกเรที่ชื่อทอมมี และหนีเข้าไปซ่อนในโรงหนังร้าง ซึ่งพวกเขาได้พบกับแรมอน (Ramon) ชายหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ หลังจากสนิทกัน ทั้งสี่คนตัดสินใจไปเยี่ยมบ้านร้างของตระกูลเบลโลว์ ที่ว่ากันว่าเคยมีเด็กหญิงชื่อ ซาราห์ เบลโลว์ (Sarah Bellows) ที่ถูกครอบครัวกักขังและกล่าวหาว่าเป็นแม่มด
ในบ้านนั้น สเตลล่าพบหนังสือเก่าเล่มหนึ่งที่บันทึกเรื่องเล่าสยองขวัญโดยซาราห์ และเธอก็หยิบมันกลับบ้านไปอ่าน ทว่าไม่นานนัก เรื่องราวในหนังสือเริ่มเขียนเรื่องใหม่ขึ้นมาเองโดยไม่มีใครแตะต้อง และเรื่องเล่านั้นก็กลายเป็นจริง นำพาความสยดสยองมาสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกบ้านซาราห์ ทีละคนพวกเขาเริ่มหายตัวไปหรือต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง >> ดูหนังไม่มีโฆษณา
สเตลล่าและแรมอนจึงต้องแข่งกับเวลาเพื่อไขปริศนาเกี่ยวกับอดีตของซาราห์ เบลโลว์ และวิธีหยุดยั้งเรื่องราวจากหนังสือที่ยังคงเขียนเรื่องใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ความลับที่พวกเขาค้นพบไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนชีวิตของพวกเขา แต่ยังเผยให้เห็นเงามืดของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ที่ไม่มีใครเคยกล้าเปิดเผย
ดูหนัง Scary Stories to Tell in the Dark (2019) : คืนนี้มีสยอง

ตัวละคร
- สเตลล่า นิโคลส์ (Stella Nichols): วัยรุ่นสาวรักการเขียนและหลงใหลในเรื่องสยองขวัญ เธอเป็นตัวละครหลักที่เชื่อมโยงกับหนังสือของซาราห์ เบลโลว์ และเป็นผู้ที่มีความตั้งใจจะหยุดเรื่องเล่าที่กลายเป็นจริงให้ได้
- แรมอน โมราเลส (Ramon Morales): ชายหนุ่มลึกลับผู้มีอดีตที่เกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนาม เขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับกลุ่มของสเตลล่า และเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการคลี่คลายปริศนา
- ชัค และ ออกี้: เพื่อนของสเตลล่า ตัวแทนของวัยรุ่นธรรมดาที่ต้องเผชิญกับสิ่งลี้ลับ ทั้งสองคนมีความต่างกันด้านบุคลิกที่ช่วยให้หนังมีมิติมากขึ้น
- ซาราห์ เบลโลว์: ตัวละครลึกลับในอดีต ผีสาวผู้เขียนเรื่องเล่าที่มีพลังอาถรรพ์ การเปิดเผยเรื่องราวของเธอเป็นกุญแจสำคัญของหนัง
ฉากแอ็กชันและการกำกับ
แม้จะเป็นหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากไล่ล่าหรือสาดกระสุนแบบแอ็กชันเต็มรูปแบบ แต่ “คืนนี้มีสยอง” ใช้การเคลื่อนไหวของกล้อง มุมภาพ และเสียงประกอบในการสร้างความระทึกได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครต้องเผชิญกับสิ่งลี้ลับในที่มืด หรือถูกตามล่าจากสิ่งที่มองไม่เห็น กล้องใช้การเลื่อนช้าและการซูมเข้าแบบฉับพลันเพื่อกระตุ้นอารมณ์ผู้ชม >> เว็บดูหนังออนไลน์ฟรี
ผู้กำกับอังเดร โอฟเรดัล มีฝีมือในการควบคุมโทนหนังให้คงความหลอนในสไตล์โกธิคแบบเก่า ผสมกับสไตล์ “หนังผีวัยรุ่น” ได้อย่างกลมกล่อม อีกทั้งยังมีการจัดแสงและออกแบบฉากที่สร้างอารมณ์ขนลุกได้โดยไม่ต้องพึ่งพา Jump scare มากนัก

จุดเด่นของภาพยนตร์
- สร้างบรรยากาศหลอนได้ดีมาก ทั้งจากภาพ เสียง และโทนสี
- ออกแบบสัตว์ประหลาดและผีได้หลากหลายและไม่ซ้ำซาก แต่ละตัวมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว
- พล็อตเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างชาญฉลาด สร้างแรงจูงใจให้ผู้ชมอยากค้นหาความจริงไปพร้อมกับตัวละคร
- มีการแทรกประเด็นทางสังคม เช่น สงคราม การเหยียดเชื้อชาติ และความอยุติธรรม ได้อย่างกลมกลืน
จุดที่อาจมีข้อสังเกต
- บางช่วงจังหวะหนังอาจช้าเกินไปสำหรับผู้ชมที่ชอบความตื่นเต้นรวดเร็ว
- การเชื่อมโยงของตัวละครบางตัวกับเหตุการณ์ในอดีตอาจยังไม่ชัดเจนพอ
- มีบางฉากที่ใช้ Jump scare แบบคาดเดาได้ ซึ่งลดทอนความน่ากลัวลงเล็กน้อย
วิจารณ์
Scary Stories to Tell in the Dark คือหนังที่เข้าใจวิธีเล่าเรื่องผีให้สะเทือนใจ ไม่ใช่แค่ให้กลัวชั่ววูบ แต่ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดและกังวลผ่านบรรยากาศที่กดดัน ความหลอนของหนังไม่ได้มาจากเลือดหรือภาพรุนแรงมากนัก แต่เกิดจากการบีบคั้นด้วยอารมณ์ สถานการณ์ที่เหมือนจะเกิดขึ้นได้ และการสร้างมิติให้ผีเป็นผลพวงของอดีตที่เจ็บปวด แทนที่จะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติไร้ที่มาที่ไป
นอกจากนี้ หนังยังเป็นเหมือนบทกวีถึงคนที่ถูกลืม และความจริงที่ถูกปกปิด ภายใต้เปลือกของหนังสยองขวัญ ยังมีหัวใจของการวิจารณ์สังคม และสะท้อนความเจ็บปวดในประวัติศาสตร์อเมริกัน >> ดูหนังออนไลน์
สรุป
“Scary Stories to Tell in the Dark” เป็นหนังสยองขวัญที่ไม่ได้เน้นเพียงความสะดุ้ง แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความหมายผ่านเรื่องเล่าหลอน ๆ ที่สอดแทรกแง่มุมทางสังคมไว้ได้อย่างแนบเนียน หนังเหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบงานสยองขวัญที่มีเนื้อหา มีชั้นเชิง และมีความหลากหลายทางอารมณ์ แม้จะมีจุดสะดุดบ้างในเรื่องจังหวะการเล่าเรื่อง แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญที่ควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชอบหนังแนวเรื่องเล่ากลายเป็นจริงแบบคลาสสิก

ดูหนังใหม่ล่าสุด | ดูหนังฟรีไม่มีโฆษณา | เว็บดูหนังออนไลน์ฟรี | ดูหนังไทย | ดูหนังฝรั่ง | ดูซีรี่ย์ | ดูหนังพากย์ไทย |